หัวใจกับความดัน

หัวใจกับความดัน

โรคหัวใจกับความดันโลหิตสูง

   ความดันโลหิตสูงเป็นอาการที่พบได้บ่อย และคู่ไปกับโรคหัวใจเสมอ โดยปกติคนเราจะมีความดันโลหิตตัวบน (Systolic) ไม่ควร เกิน 120 มม.ปรอท ความดันตัวล่าง (Diastolic) ไม่ควรเกิน 80 มม.ปรอท (โดยสังเกตจากเสียงที่เต้นเมื่อเอาหูฟังแนบบนแขนตรงบริเวณที่มีเส้นเลือดแดงไหลผ่าน แล้วอ่านค่าผ่านแท่งปรอทที่ปล่อยให้ค่อยๆ ลดลงจากที่ใช้ความดันลมไล่ให้สูงขึ้นพอประมาณ)

ในสมัยก่อน ผู้,ที่มีความดันโลหิตตัวบนสูงเกิน 150 ความดันตัวล่างเกิน 90 ถือว่าเป็นผู้มีความดันสูงที่แพทย์แนะนำว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษา ส่วนในสมัยนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางหัวใจถือว่าผู้ที่มีความดันโลหิตเกิน 130/90 มม.ปรอท จัดได้ว่าเป็นภาวะความดันโลหิตสูง ทั้งนี้โดยไม่จำเป็นต้องนำอายุอ่อนอายุแก่มาเป็นเงื่อนไขหรือเป็นข้อยกเว้น

ปัจจุบันยังเชื่อว่าในขณะพัก ความดันโลหิตยิ่งตํ่ายิ่งดี (หากไม่มีอาการวิงเวียน) โดยปกติ ความดันโลหิตจะขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งวัน เช่น จะสูงขึ้นเวลาเดิน วิ่ง ออกแรง เครียด โกรธ หรือในช่วงระหว่างการรับประทานอาหาร รวมทั้งในเวลาที่ขาดการพักผ่อน เช่น นอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นต้น ดังนั้นการวัดค่าความดันโลหิตที่ถูกต้องและเหมาะสม ควรเป็นเวลาที่ผู้ถูกวัดได้นั่งพักอย่างน้อย 15 นาที และไม่ใช่ตอนที่รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ เวลาหิว หรือเวลาเครียด

ความดันโลหิตที่ได้จากการวัดที่แขนนั้นเป็นการวัดความดันในหลอดเลือดแดงโดยทางอ้อม เป็นค่าฃองความดันที่เกิดจากแรงบีบตัวของหัวใจที่สูบฉีดเลือดเข้าไปในหลอดเลือดแดงรวมกับแรงต้านทานของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ดังนั้น เมื่อเวลาที่มีแรงดันในหลอดเลือดแดงส่วนปลายสูงหรือหัวใจบีบตัวแรง แรงดันเลือดที่วัดได้ก็จะสูงตามได้ทั้งสองกรณี หากจะพูดหรืออธิบายให้ง่ายเข้า ความดันโลหิตจะสูงเนื่องจากหัวใจทำงานหนัก ฉีดเลือดแรงร่วมกับการมี หลอดเลือดแดงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แข็ง ตีบหรือตัน นั่นเอง

เมื่อเกิดความดันโลหิตสูง เส้นเลือดแข็งตัวเนื่องจากมีไขมันไปเกาะหลอดเลือดมีขนาดเล็กลง หัวใจก็ยงต้องทำงานหนัก สูบฉีดแรงขึ้น นานเข้า กล้ามเนื้อหัวใจก็จะเริ่มล้า เต้นผิดปกติ ในที่สุดเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจนอาจทำให้เสียชีวิตใด้อย่างเฉียบพลัน

ในสมัยก่อน เชื่อกันว่าความตันโลหิตสูงขึ้นตามอายุขัย ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจมีความเห็นว่า ความดันโลหิตที่สูงไม่เกี่ยวกับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สมรรถภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ และการยืดหยุ่น การแข็งตัว และ การตีบตันของเส้นเลือด ดังนั้น แม้ว่าอายุจะสูงขึ้น หากหัวใจและระบบการไหลเวียนดี ความดันก็ต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ควรเกิน 130/90 มิลลิเมตรของปรอท หากสูงจากนี้ถือว่ามีความเสื่อมของระบบการไหลเวียนเลือดที่อาจเนื่องมาจาก เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีความผิดปกติในด้านพันธุ์กรรมของผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกาย เช่นมีประวัติทางครอบครัวหรือมีพ่อแม่พี่น้องเคยเป็นโรคหรือเสียชีวิตด้วยโรคความดันโลหิตสูง อัมพาต หรือด้วยโรคหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน เป็นต้น

แม้ว่า ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่เนื่องมาจากหลอดเลือดแข็งจากสาเหตุของการที่มีไขมันในเลือดสูงตามความรู้ที่เรารับทราบกันทั่วไป แต่จริงๆ แล้ว 85% ของคนที่เป็นความดันโลหิตสูงเรายังไม่ทราบสาเหตุ เชื่อกันว่าเป็นเพราะความผิดปกติของหน่วยพันธุ์กรรมภายในหลอดเลือดแดงที่สืบทอดมาจากทางบรรพบุรุษ ดังนั้น ภาวะของโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องพึ่งยาลด ความดันโลหิตไปตลอดชีวิต เพราะถ้าหยุดยาเมื่อไหร่ ความดันโลหิตก็จะสูงขึ้นทันที ต่างกับผู้เป็นความดันโลหิตสูงที่มีสาเหตุอัน เนื่องมาจากมีไขมันในหลอดเลือดที่สามารถลดการใช้ยาได้เป็นระยะ หรืออาจหยุดการใช้ยาได้เมื่อมีการพักผ่อน ออกกำลังกาย และมีการควบคุมอาหารประเภทแป้งน้ำตาลและอาหารไขมัน

ยาที่ใช้ในการรักษาความดันโลหิตสูงมีอยู่หลายประเภท ส่วนใหญ่แพทย์จะให้คู่ไปกับยาโรคหัวใจ แต่ละชนิดย่อมมีผลข้างเคียงมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกัน การเลือกยาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย ใช้แล้วมีความสบาย ไม่มีอาการแทรกซ้อน และควบคุมให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ หรืออย่างน้อยสามารถลดความดันตัวบนลงได้ 10-12 มม.ปรอท ลดความดันตัวล่างลงจากเดิมได้ 5-6 มม. ปรอท ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้ถึงร้อยละ 30-40

ขอย้ำว่า ความดันโลหิตสูงไม่ใช่โรคที่จะต้องพึ่งยาลดความดังอยู่ตลอดไป การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การทำจิตให้ผ่องใสทำใจให้ผ่องแผ้ว แสวงหาความสุขความสงบ ไม่โลภไม่หลงจนเกินเหตุ พอใจในสิ่งที่มีตามความสามารถ (ที่ใช้แล้วอย่างเต็มที่)ของตนที่หามาได้ ควบคุมอาหารไม่ให้อ้วนเกินไป ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา สิ่งเหล่านี้คือยาอายุวัฒนะในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่ดีที่สุดขนานหนึ่ง หากปฏิบัติแล้วความดันโลหิตยังสูงอยู่ จึงค่อย กลับไปปรึกษาหมออีกครั้งหนึ่งก็ยังได้