สสัดลดน้ำหนัก

สสัดลดน้ำหนัก

สสัดน้ำหนักทิ้งด้วยสลัดเลบานอน

   กรุงเบรุตและเลบานอนเคยเป็นความฝันของฉันตั้งแต่ครั้งเป็นนักข่าวประจำโต๊ะข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์มติชนใหม่ๆ

จะไม่ให้ฝืนอยากไปเยือนได้อย่างไรในเมื่อฉายาของนครเบรุตคือ ‘ปารีสแห่งตะวันออก' ซึ่งรํ่าลือกันนักหนาว่าอาคารบ้านเรือนสวยงาม ชีวิตผู้คนทันสมัยมีไลฟ์สไตล์และสีสันแบบเมืองท่องเที่ยวศูนย์กลางแฟชั่นในยุโรป

เลบานอนทั้งประเทศนั่นก็น่าจะมีทิวทัศน์สวยงามเพราะฝั่งตะวันออกตั้งขนานอยู่กับแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตลอดเหนือจรดใต้ ส่วนทิศตะวันตกนั้นเป็นแนวเทือกเขาสูงยาวเหยืยด มีหิมะปกคลุมในฤดูหนาว

เราเคยได้ยินแต่ว่าแถบตะวันออกกลางเป็นประเทศทะเลทราย ร้อนแห้งแล้งกันดาร จะให้จินตนาการถึงภูเขาหิมะและอากาศอบอุ่นสบายแบบเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างไร

แต่เบรุต-เลบานอนเป็นเช่นนั้นจริงเมื่อฉันตามความฝันไปถึงดินแดนที่โลกภายนอกเข้าใจว่าระอุร้อนด้วยไฟสงครามตลอดเวลา แล้วปรากฏว่าผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้านั้นมีสิ่งอัศจรรย์ใจให้ฉันทึ่งมากมาย

ที่นี่ชีวิตผู้คนสงบสุขกว่าที่คิด และความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง ลัทธิความเชื่อและศาสนาได้ยุติลงตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 เหลือเพียงปัญหา จุดเล็กๆน้อยๆบริเวณดินแดนยึดครองของปาเลสไตน์ตรงฉนวนกาซ่าที่เป็นกรณีพิพาทอยู่กับอิสราเอลเท่านั้น เพียงแต่ว่าการประโคมข่าวของลือตะวันตกทำให้การปะทะกันระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์กลายเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่งกว่าความเป็นจริง

ใจกลางกรุงเบรุตและพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเลบานอน กำลังฟื้นกลับคืนมาสู่ความมีชีวิตชีวาเหมือนในอดีตที่เคยเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของตะวันออกกลางอีกครั้ง เพียงแต่การเยียวยาบาดแผลนี้ต้องใช้เวลา กำลังใจของคนในชาติ และเงินลงทุนมหาศาลจากต่างประเทศ

ระยะเวลาที่ฉันเดินทางไปคือปลายฝนต้นหนาวของเมืองไทย ซึ่งตรงกับการเริ่มต้นฤดูหนาวของชาวอาหรับแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่หนาวของพวกเขาเป็นหนาวที่มาพร้อมฝน แปลกไหมล่ะ ไม่ใช่หนาวแห้งแล้งแบบเมืองไทย ฝนในเลบานอนจะเริ่มตกราวๆ เดือนตุลาคมไปจนถึงมีนาคม จากนั้นก็จะเข้าสู่ฤดูแห้งแล้งอีก 6 เดือนเต็มๆ ช่วงนั้นแหละที่อากาศยามกลางวันจะร้อนตับแตกถึง 40-45 องศาในบางจุด

ช่วงที่เดินทางนั้นฉันกำลังควบคุมน้ำหนักตัวเองอย่างเคร่งครัด ตั้งเป้าหมายที่จะลดไขมันส่วนพุงให้ได้สัก 5 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย ในระยะเวลา 1 เดือน พอเอาเข้าจริงๆ เรื่องที่เพียรพยายามออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกตอนเย็นวันละครึ่งชั่วโมงลัสัปดาห์ละ 2-3 หนก็ยังช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่เพราะยังไม่ได้ลดปริมาณการรับประทานอาหารลงไปมากนัก

ตั้งใจว่าจะต้องหาสูตรการรับประทานอาหารที่รีดไขมันด้วยตัวเองออกมาเป็นคัมภีร์ให้ได้ โดยเอาพุงกะทินี่แหละเป็นเดิมพัน ไม่เช่นนั้นการตั้งตัวเป็นคนรักผักก็เห็นจะไร้ประโยชน์แน่แท้ เพราะมีแต่ผักหญ้าเท่านั้นแหละที่กินแล้วไม่อ้วน แต่เป็นเพราะนิสัยตามใจปาก ฉันจึงเผลอปล่อยให้น้ำหนักเดินหน้าไปหาแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่เรื่อยๆ ซึ่งถ้ายังขืนปล่อยตัวเองไปตามยถากรรมอย่างนี้อีกไม่นานวันก็คงเอาลงหม้อต้มทำขาหมูได้แน่นอน

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิชิตไขมันส่วนเกินซึ่งมีเอ็กซ์ตร้าเกินความสวยสมัยยังสาวอยู่ประมาณ 8 กิโลกรัม ทำให้ฉันตัดสินใจปรับวิธีกินอาหารใหม่ แตะต้องแป้งและเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด โดยเลือกรับประทานปลาเป็นหลักแทนเนื้อ หมู ไก่

และมื้อสำคัญคือตอนเย็นที่มักรับนัดดินเนอร์กับแหล่งข่าว ชายหน่ม เพื่อนสาวหรือใครต่อใครอยู่เนืองๆ นั้นก็ต้องใจแข็งลดปริมาณการนัดกินลงให้ได้ หรือไม่ก็เว้น ละเลิก ไปเสียเลย

วิธีการนี้กำลังเริ่มจะเข้าที่เลยล่ะ เนื้อตรงพุงบางลงนิดหน่อยแล้ว แต่ก็ต้องมาเดินทางพอดี โธ่เอ๋ย...การเดินทางแต่ละครั้งของฉันก็เหมือนกับเอาหมูเข้าเล้าขุนนั่นทีเดียวไม่เคยมีสักครั้งที่ไปไหนมาไหนแล้วไม่กิน ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะน้ำหนักจะลดกลับมาเพราะกินไม่ได้หรือกินน้อยไป มีแต่กินเกินด้วยความเอร็ดอร่อยทั้งสิ้น เพราะถ้าไปเที่ยว แล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับนั้นฉันถือว่าไม่ใช่การเที่ยวที่สมบูรณ์แบบตามสูตรของฉัน แล้วฉันจะเหยียบน้ำหนักลงไหมเนี่ย...?

พระเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด...กรุณาอย่าให้เอ็นจอยกับอาหารเลย... ฉันได้แต่ภาวนาด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิชิตอีกสักครั้ง...น่าขอให้ลูกผอม อีกสักทีเหอะ เพี้ยง!

ปกติแล้วเวลาเดินทางฉันไม่ค่อยกังวลเรื่องอาหารนัก เพรา เป็นคนชอบทดลองของแปลกใหม่ต่างวัฒนธรรมตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ที่หวั่นๆ อยู่บ้างก็คือกลิ่นเครื่องเทศแขกที่ฉันคิดว่าจะต้องติดมากับอาหาร อย่างร้อนแรงสุดทนแน่นอน ปรากฏว่าการณ์กลับตาลปัตร อาหารพื้นเมืองของเลบานอน เป็นอาหารแขกที่แปลกกว่าประสบการณ์ทุกครั้งที่ฉันผ่านทางมา ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเชยหรืออินเดียก็แล้วแต่

อาหารจานผักและสลัดประเภทต่างๆ คือพระเอกของทั้งหมด ถ้าจำไม่ผิดเขาเรียกรวมๆ ว่าอาหารชุด ‘เมซา, ว่ากันว่าถ้าเป็นชุดใหญ่สมบูรณ์สำหรับรับแขกเต็มที่จริงๆ มีถึง 101 ชนิด โอโห มากมายอะไรปานนั้น!

ฟังที่ไกด์โม้ตอนแรกฉันไม่เชื่อ แต่พอไปเห็นเขาเสิร์ฟมาบนโต๊ะเข้าจริงๆ ก็ถึงกับอึ้ง นี่ขนาดมื้อกลางวันเล็กๆ จัดมาอย่างละนิดละหน่อย ถ้วยเล็กๆ แค่อุ้งมือเท่านั้นก็เกือบล้นโต๊ะแล้ว นับได้ไม่ต่ำกว่า 20 อย่าง จำพวกถั่วบด นั้นหน้าตาคล้ายๆ กัน ต่างที่สีสันและรสชาติ ผักอื่นๆ มีสารพัดรูปแบบยากที่จะพรรณนา

ความจริงแล้วฉันเห็นหน้าตาอาหารเหล่านี้ตั้งแต่บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำแรก ในโรงแรม 5 ดาวที่เปิดใหม่ แต่ไม่ได้สนใจมากนักเพราะยังไม่รู้จักและไม่มีใครแนะนำ มัวแต่ไปหลงใหลปลาแซลมอนรมควัน เวียนตักอยู่ 2-3 รอบจนพุงกาง กระทั่งวันรุ่งขึ้นเมื่อไปเที่ยวเมืองโบราณ Byblos ทางตอนเหนือของกรุงเบรุตนั่นแหละถึงได้มีประสบการณ์รับประทานเมซาครั้งแรก

เป็นการรับประทานผักสดๆ และผักดองที่ยอดเยี่ยมทั้งรูปแบบการนำเสนอและวิธีการรับประทานให้ได้รสชาติแปลกแตกต่างกันไปในอาหารจานผักที่ทำมาจากวัตถุดิบอย่างเดียวกันด้วยความสนุกสนานอย่างยี่ง นอกจากนั่นสาระของกระบวนการและวิธีปรุงกนำสนใจไม่น้อย เลย

ฉันชอบวิธีการที่ทางภัตตาคารเสิร์ฟอาหาร ทำให้ตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชผักในเมืองนี้ แม้ว่าพื้นที่ในการเพาะปลูกเท่าที่เห็นตามเมืองใหญ่นั่นมีน้อยนิด เนื่องด้วยชุมชนตั้งอยู่บนเชิงเขาซึ่งเป็นภูเขาหินแทบทั้งสิ้น ดินแค่กระแบะมือเดียวจึงถูกเนรมิตเป็นสวนสวรรค์ในกระโจมพลาสติกเป็นหย่อม ๆ มองเห็นลานตา แม้แต่ในย่านตัวเมือง Byblos เองก็ตาม เขาเสิร์ฟอย่างไรรูไหมคะ

ทันทีที่ลูกค้าเดินเข้าไปนั่งโต๊ะที่เตรียมไว้ บริกรก็จะยกถาดผักสวยงามออกมาล่อตาล่อใจเลย ผักแต่ละชนิดสดสะอาดใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งจะเด็ดออกมาจากต้นในสวนครัวหลังบ้านยังไงยังงั้น

จานผักที่ว่านี้มีผักกาดต้นใหญ่ใบอวบอิ่มน้ำเป็นนางเอกตั้งเด่นอยู่ใจกลาง รายรอบด้วยแตงกวา มะเขือเทศ แครอท หัวแรดิชสีม่วง พริกเขียวยักษ์ วางเรียงรายเป็นฐานคํ้าคุณนายผักกาดให้ตั้งชะลูด สวยงามเสียไม่มี

เห็นผักจานนี้เข้าพวกเราทุกคนรี่เข้าหาด้วยความสนใจในความงามตามธรรมชาติที่ไม่ได้สลักเสลางานฝีมือประติดประดอยอะไรเพิ่มเติมเลย แย่งกันถ่ายรูปหนุบหนับ เสร็จแล้วก็ลงมือปลิดกลีบทีละใบๆ ฝานมะเขือเทศลูกอวบใหญ่เท่ากำปั้นรับประทานกันสดๆ โดยไม่ต้องแกล้มเครื่องเคียงสิ่งใดอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติของความสดหวาน เนื้อแน่นเข้มข้นรสมะเขือเทศเป็นเช่นนี้เอง มะขือเทศแหล่งคุณค่าของ lycopene ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย สาร lycopene จะพบได้ในผักผลไม้ที่มีสีแดง แต่ lycopene จะมีมากในมะเขือเทศ แตงกวานั่นก็กรอบหวาน โอ๊ย! นี่หรือผักจากประเทศทะเลทราย?

lycopene หรือไลโคปีน เป็นสารที่มีคุณประโยชน์ในด้านสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะจากงานวิจัยที่ได้การยอมรับแล้วว่า lycopene ที่มีอยู่ในผักผลไม้ โดยเฉพาะในมะเขือเทศนั้น มีส่วนช่วยในกระบวนการป้องกันโรคหัวใจ ช่วยชะลอความแก่ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการป้องมะเร็งได้อีกด้วย lycopene นี้ถือว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว ในมะเขือเทศสดๆ จะมี lycopene มากกว่ามะเขือเทศที่สำเร็จรูปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เป็นต้น สาวๆ ส่วนใหญ่นิยมกินมะเชือเทศสดๆ เช่น มะเขือเทศราชินี ที่มีลูกขนาดเล็กนำมาล้างน้ำสะอาดจิ้มกินกับพริกเกลือ ถือว่าเด็ดจริงๆ เพราะนอกจากประโยชน์มากมายที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณสวยสดใส อมชมพู หรือที่ใครๆ มักจะบอกว่ากินมะเขือเทศเยอะๆ จะได้แก้มแดง หรือจะกินมะเขือเทศสดกับสลัดผักรวมๆ หรือส้มตำใส่มะเขือเทศเยอะๆ ปรุงรสตามใจชอบก็ได้ นอกจากจะได้ไฟเบอร์สูงช่วยในระบบการขับถ่าย ผิวพรรณดีแล้ว ยังได้ lycopene ไปเต็มๆ อีกด้วย ส่วนสาวๆ คนไหนที่ไม่ชอบมะเขือเทศสดๆ ก็อาจจะทานมะเขือเทศแปรรูปอย่างอื่นก็ได้ เช่น น้ำมะเขือเทศ หรืออหารเป็นต้น แต่ถ้าทานผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศทุกชนิดไม่ได้ แต่อยากได้ lycopene ก็สามารถหาผลไม้อย่างอื่นทานแทนก็ได้

นี่แค่ผักสดซึ่งถือเป็นไม้ประดับโต๊ะของอาหารชุดเมซาเท่านั่นนะ สลัดของจริงที่เด็ดทั้งไอเดียและการปรุงน้ำมันสลัดยังไม่ได้ลงมือชิมเลย

จะมีใครเชื่อหรือเปล่าว่า 8 วันผ่านไปกับอาหารพื้นเมืองแบบนี้เป็นหลัก ฉันรับประทานทุกมื้ออย่างอิ่มแปล้ไม่มีเบื่อ ไม่งดเว้นหรืออดอะไรเลย แม้กระทั่งแอลกอฮอล์ แต่น้ำหนักก็ยังควบคุมได้ แถมลดลงมาอีกด้วยตั้ง 1 กิโลกรัม!